2009/Jul/17

เชื่อได้ว่าทุกคนทุกท่านคงผ่านความโกรธมากันแล้วทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโกรธมาก หรือโกรธน้อย แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุไดและทำไมจึงมีความโกรธ ถ้าจะให้ตอบแบบง่าย ๆ ตามที่รู้กันมาคือ เรายังมีกิเลส คำว่ากิเลสในที่นี้ก็คือ ตัวเรายังมีรัก โลภ โกรธ หลง แต่หากจะให้ลึกซึ้งถึงความหมายจริง ๆ ในความหมายของคำว่าโกรธ ท่านลองสังเกตุตัวท่านเองดู ในบางครั้งโกรธมาก โกรธน้อย เหตุก็มาจากความยึดมั่นถึงสิ่ง ๆ เหล่านั้น ดังเช่นตัวเราไม่ได้เป็นตามที่หวัง ตามที่คาดไว้แล้วจึงโกรธ โกรธคนโน้นโกรธคนนี้ สรุป หากไม่ให้โกรธ ต้องวางใจของเราให้ปล่อยวางกับทุกสิ่ง ให้ถือเสียว่าไม่ใช่ของ ๆ เรา ของที่รักสุด ๆ ก็ให้รีบปล่อยวาง เพราะนั่นไม่ใช่ของของเรา...

2009/Jul/16

สภาวะโลกร้อนกำลังมาแรงขอรับตอนนี้ ฟังไว้ใช่ว่านะครับ ตัวเราเท่านั่นที่จะเป็นผู้รับเคราะห์กรรมที่จะเกิด หากเราทำใจของเราให้สงบเยือกเย็น ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นได้ ผมเชื่อว่าเราทุกคนคงผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ได้ สิ่งสำคัญอย่าลืมพิจารณาความไม่เที่ยงด้วยนะครับ เพราะสิ่งนี้เป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม

2009/Jul/08

ในการปฏิบัติของผู้ที่หวังธรรมขั้นสูงนั่น สิ่งที่ต้องพิจารณาอันดับต้น ๆ คือ กำลังใจของผู้ปฏิบัติเอง หรือทางภาษาธรรมเรียกว่า ศรัทรา นั่นเอง (พิมพ์ถูก-ผิดต้องขออภัยด้วยนะครับ) หากเราไม่มีความศรัทราภายในจิตใจแล้วก็ยากที่จะพบในสิ่งที่ปราถนาไว้ ศาสนาพุทธเรานั่นมีทั้งเหตุและผลภายในตัวเอง และตัวเราเองเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตัวเอง พบเห็นด้วยตัวเอง ผู้อื่นไม่สามารถที่จะมาบอกสิ่งเหล่านี้กับตัวท่านได้ ยกเว้นตัวท่านเองเท่านั่น

2008/Dec/01

ตอนนี้เปลี่ยนที่ทำงานใหม่เรียบร้อยแล้วครับ และเริ่มทำงานมาได้เกือบเดือนแล้วครับ รู้สึกว่าจะดีกว่าแต่ก่อนหลายประการ แต่ก้ออย่างว่านะครับ ทุกสิ่งที่ทั้งที่ดีและไม่ดีอยู่ในตัวของมันเอง เพราะเราต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้มากขึ้นซึ่งทำให้ตัวเราได้ประสบการณ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับสมาธิช่วงนี้กะว่าจะไปปฏิบัติที่วัดอโศการาม ใกล้ ๆ อยู่แถว สมุทรปราการ นี้เอง

2008/Nov/05

ถึงพนักงานบริษัททุกท่าน เนื้อความในกระทู้นี้ต้องการให้ท่านอ่านหลังจากที่ได้เอกสาร ที่ผมแจกไปให้และต้องการให้ท่านศึกษา เกี่ยวกับตัวของกระผมเอง สำหรับกระทู้นี้ได้สร้างมานานแล้ว 4 กว่าปี ส่วนใหญ่แล้วจะได้จากการปฏิบัติสมาธิ และ เจริญปัญญาของตัวผู้ปฏิบัติเอง หากท่านสนใจก็ให้เข้าไปศึกษาได้ในแต่ละหมวดหมู่ ซึ่งกระผมได้จัดเก็บไว้แล้วเพื่อท่าน และผู้อ่าน คนอื่น ๆ อีกด้วย

การไปครั้งนี้มิได้มีวัตถุประสงค์ใด เพียงเพื่อต้องการที่จะศึกษา บางสิ่งในโลก ให้มากขึ้น หากมีข้อคิดเห็นประการใดให้แสดงความคิดเห็นได้ในเว็บบอร์ดดังกล่าว สุดท่ายขอแถมบทกล่อนที่แจกให้กับทุกท่าน

รักโลภโกรธหลงโมโหโกธา
มินานหลอกหนาเฉื่อยชาร่วงโรย
สังขารแปรเปลี่ยน เร็วพลันหุนหัน
มัวแต่ฆ่าฟัน ถึงวันลงอเวจี
เร่งสร้างความดีกันเทิดน้องพี่
วันนี้วันดี ด่วนจี๋รีบทำ
สองคำนำทาง "ปล่อยวาง" นั่นไง
เร่งรีบให้ไว เดี๋ยวไม่ทันกาล
จบสารนำทาง เบิกบานใจหนา
พรุ่งนี้แล้วหนา เราขอลาไกล
ขอเตือนทุกท่าน สร้างสรรกันเทิด
จะได้ไปเกิด แดนสุขาวดี
สุขเกษม เปรมปรี สุขขีทุกคน
หลายหลากมากล้น ล้วนเป็นคนดี
มิได้มิมี อัปปรีจัญไร
นี้แหละความนัย จิตใจของฉัน
คือการแบ่งปัน เพื่อนร่วมเดินทาง
ขอสุดท้ายนี้ สุขขีทุกท่าน....เทิอญ

ด้วยรักและผูกพัน

2008/Jul/27

การสวดมนต์ จริง ๆ แล้วเป็นการระลึกพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ หรือคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เรานี้เองครับ การน้อมนำจิตไปเพื่อคุณต่าง ๆ ทั้ง 3 ประการ ได้ชื่อว่า การระลึกครับ หากเสียชีวิตไปแล้วขณะระลึกสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้นจุดที่จะพาเราไปเกิดในภพต่อไปคือ สุขคติภพภูมินะขอรับ (31 ภพภูมิ)

แต่การสวดปัจจุบันเราจะสวดบาลีเสียส่วนใหญ่ทำให้เข้าใจความหมายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ควรอย่างยิ่งที่จะต้องสวดเป็นภาษาพื้นบ้านหรือภาษาที่เราเข้าใจได้ง่ายนะครับ ถึงจะได้กุศลเต็มเม็ดเต็มหน่วย  แต่ถึงกระนั้นหากเราไม่เข้าใจแต่ยังมีอีกภูมิหนึ่งครับที่เขาเข้าใจนั้นคือภูมิของวิญญาณ หรือภพภูมิที่เรามองไม่เห็น หากเหล่าเทพดาที่เป็นมิจฉาทิฐฐิ ได้ฟังแล้วจะกลับกลายเป็น เทพดาที่ดีหรือสัมมาทิฐฐินั้นเองเพราะเขาเข้าใจความหมายในธรรม แต่สิ่งที่เราได้คือสมาธิจากการสวดนั่นเอง

สรุปแล้วก็คือเราจะได้สมาธิจากการสวดภาษาบาลีขอรับ และแต่เราจะไม่เข้าใจในความหมายนั่นเอง (หากท่านเคยอ่านความหมายมาก่อนก็จะเข้าใจได้เหมือนกันครับ)